องค์การอนามัยโลก

WHO เปลี่ยนชื่อ "ฝีดาษลิง" เป็น "Mpox"
สื่อนอกรายงานว่า "วันนี้ องค์การอนามัยโลก ได้ออกมาประกาศเปลี่ยนชื่อ "โรคฝีดาษลิง" เป็น "Mpox" เพื่อแก้ตวามเข้าใจผิดที่ว่า "โรคดังกล่าวมีสาเหตุมาจากลิงเท่านั้น เนื่องจากไวรัสชนิดนี้ พบได้ในสัตว์หลายชนิด และ มักพบในสัตว์ฟันแทะเป็นส่วนใหญ่" ดูเพิ่ม

อนามัยโลกเตือน "อีโบลาในยูกันดาต้องเร่งควบคุม"
สื่อนอกรายงานว่า "ผู้อำนวยการใหญ่ของ WHO "นายแพทย์ "ทีโดรส อัดฮานอม เกเบรเยซุส" กล่าวว่า "การแพร่กระจายของไวรัสอีโบลา ที่ระบาดในภาคกลางของยูกันดานั้นเป็นเรื่องที่น่ากังวล" และ "เราจำเป็นต้องอาศัยความพยายาม ร่วมกันในการควบคุมการแพร่ระบาด..." และ "ยูกันดายังคงยกระดับการรับมือกับโรคอีโบลา ด้วยการเพิ่มการติดตามผู้สัมผัสติดต่อกับผู้ติดเชื้อ เร่งให้การดูแลรักษาผู้ติดเชื้อ และ ส่งเสริมความร่วมมือในชุมชน.. ดูเพิ่ม

WHO เชื่อ! โควิดใกล้หยุดระบาดแล้ว!!
สื่อนอกรายงานว่า "ผู้อำนวยการใหญ่ ขององค์การอนามัยโลก กล่าวว่า "จำนวนผู้เสียชีวิตจากโควิดทั่วโลก เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ลดลงอยู่ในระดับต่ำสุด ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการต่อสู้ กับการระบาดใหญ่ครั้งนี้" และ "จำนวนผู้เสียชีวิตจากโควิด เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาลดลง 22% อยู่ที่ระดับประมาณ 11,000 ราย [จากทั่วโลก] และมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ราว 3.1 ล้านราย [จากทั่วโลก] ซึ่งลดลง 28%" และ "เราเชื่อว่ามันใกล้จ.. ดูเพิ่ม

WHO ประกาศให้ฝีดาษลิง เป็นภาวะฉุกเฉิน ระดับโลก!!
องค์การอนามัยโลก ได้ประกาศปรับระดับการแจ้งเตือน สำหรับโรคฝีดาษลิง ให้อยู่ในระดับสูงสุด โดยประกาศให้เป็นภาวะฉุกเฉิน ด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ... องค์การอนามัยโลก กล่าวว่า "ตอนนี้การแพร่ระบาดของไวรัสดังกล่าว เป็นภัยคุกคามที่สำคัญต่อสุขภาพของโลก" และ "ทุกประเทศจำเป็นต้องที่ช่วยกันป้องกัน ไม่ให้เชื้อไวรัสแพร่กระจายต่อไป" เนื่องจาก "มันอาจทวีความรุนแรง ไปสู่การแพร่ระบาดนั่นเอง" ดูเพิ่ม

WHO เล็งเปลี่ยน ชื่อ "โรคฝีดาษลิง" เสนอพิจารณาการระบาด เป็นภาวะฉุกเฉินฯ
โฆษกองค์การอนามัยโลก เปิดเผยว่าองค์การฯ "มีแผนจะเปลี่ยนชื่อโรคฝีดาษลิงไปใช้ชื่ออื่น" เนื่องจากชื่อเดิม เป็นการตั้งชื่อโรคที่สื่อถึงภูมิภาคหรือสัตว์ ทำให้สัตว์บางชนิดถูกตีตรา ไม่เป็นไปตามแนวปฏิบัติขององค์การฯ ขณะนี้ทางองค์การฯ กำลังปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อหาชื่อที่เหมาะสมกว่านี้ รวมถึงองค์การฯ จะจัดประชุมฉุกเฉินในสัปดาห์หน้า เพื่อตัดสินใจว่า ควรจัดให้การระบาดของไวรัสฝีดาษลิงระลอกล่าสุดนี้เป็น &.. ดูเพิ่ม

WHO ยัน "ยังไม่จำเป็นที่จะต้อง ฉีดวัคซีนฝีดาษลิง"
ผู้เชี่ยวชาญขององค์การอนามัยโลก "ซิลวี่ ไบรอัน" แถลงการณ์ว่า "ตอนนี้ยังไม่มีเหตุผลใด ที่จะต้องเร่งฉีดวัคซีนขนานใหญ่ เพื่อป้องกันโรคฝีดาษลิง เนื่องจากสถานการณ์ของโรคดังกล่าว ตอนนี้เรายังสามารถควบคุมได้!!" และ "โรคฝีดาษลิงไม่ใช่โรคที่ประชาชนทั่วไป ควรจะต้องวิตกกังวล เพราะว่ามันไม่เหมือนกับโรคโควิด หรือ โรคอื่นๆที่แพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว..." "ซิลวี่ ไบรอัน" กล่าวอีกว่า "คำแนะนำทั้งหมดเหล่านี้ จะไม่.. ดูเพิ่ม

WHO ขอให้นานาชาติ เร่งสกัดโรคฝีดาษลิง!!
องค์การอนามัยโลก ได้ออกมาเรียกร้องและร้องขอ ให้นานาชาติให้ความสนใจและให้ความสำคัญ กับโรคฝีดาษลิงเป็นอันดับแรก ในประเทศที่ยังไม่มีการแพร่ระบาด โดยจะต้องมีการดำเนินการอย่างรวดเร็วและทันที!! ผู้อำนวยการฝ่ายความพร้อม ในการรับมือโรคติดเชื้อรุนแรง "ซิลวี ไบรแอน" ขององค์การอนามัยโลก กล่าวว่า "หากมีการใช้มาตรการที่เหมาะสมในตอนนี้ เราก็จะสามารถทำการควบคุมได้อย่างง่ายดาย" และ "ตอนนี้โรคฝีดาษลิง ได้แพร่ระบา.. ดูเพิ่ม

WHO ประชุมฉุกเฉิน หลังพบผู้ติดเชื้อ "ฝีดาษลิง" มากกว่า 100 ราย
องค์การอนามัยโลก ได้จัดการประชุมฉุกเฉิน เพื่อหารือเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของ "โรคฝีดาษลิง" หลังจากที่มีการยืนยันพบผู้ติดเชื้อ มากกว่า 100 รายทั่วยุโรป..." ทางการเยอรมันกล่าวว่า "การระบาดของ "โรคฝีดาษลิง" นับเป็นการระบาดครั้งใหญ่ที่สุดในยุโรป!!" และ "มีรายงานการพบผู้ติดเชื้อ อย่างน้อย 9 ประเทศ เช่น เบลเยียม ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี เนเธอร์แลนด์ โปรตุเกส สเปน สวีเดน และ อังกฤษ" และ "ยังพบผู้ติดเชื้อโร.. ดูเพิ่ม

ทั่วโลกตื่นตระหนก! หลังพบเชื้อ "ไวรัสอีโบล่า" ในชายวัย31ปี
ในขณะที่โลกวิกฤต เผชิญกับไวรัสโควิค ที่ระบาดทั่วโลก ซ้ำยังต้องมาเจอกับโรคร้ายอย่างอีโบล่า มีการระบาดรอบใหม่ มีทั้งผู้เสียชีวิต ผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ เมื่อสำนักข่าว'ซีเอ็นเอ็น' รายงานว่า...เมื่ออังคาร ที่26 เม.ย.65 องค์การอนามัยโลกเปิดเผย ขณะนี้ ดีอาร์คองโกประกาศการระบาดรอบใหม่ของไวรัสอีโบลาเมื่อสัปดาห์ก่อน หลังจากการเสียชีวิตของชายวัย 31 ปี ที่เมืองเอ็มบันดากา ในจัหวัดเอควอเตอร์ (Equateu.. ดูเพิ่ม

"WHO" พบโอไมครอนสายพันธุ์ "ล่องหน"
องค์การอนามัยโลก ได้ออกมาอัปเดตสถานการณ์ การระบาดของไวรัสโควิดเป็นประจำว่า "เราได้ตรวจพบโรคไวรัสโควิดสายพันธุ์ "ล่องหน" ซึ่งเป็นสายพันธุ์ย่อยของสายพันธุ์ "โอไมครอน" ที่ระบาดใน 57 ประเทศ (จากทั้งโลก!!) องค์การอนามัยโลก กล่าวว่า "ในบางประเทศนั้น ยอดผู้ติดเชื้อโอไมครอน มากกว่าครึ่งมาจากสายพันธุ์ "ล่องหน" ทั้งสิ้น!!" และ "นอกจากนี้ ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่า "สายพันธุ์ล่องหนนั้น มีความแตกต่างจาก สายพ.. ดูเพิ่ม

WHO แนะให้นานาชาติ ผ่อนปรนการข้ามพรมแดน
องค์การอนามัยโลก ได้ออกมาแนะให้ประเทศสมาชิก ยกเลิกหรือผ่อนปรนมาตรการ การสั่งห้ามเดินทางระหว่างประเทศ ถึงแม้ว่ายังจะมองว่าการแพร่ระบาด ของโรคไวรัสโควิด จะยังคงน่าวิตกกังวลก็ตาม... คณะกรรมการขององค์การอนามัยโลก กล่าวว่า "เราไม่ควรใช้หลักฐานการฉีดวัคซีนโควิด เป็นแนวทางหรือเงื่อนไขเดียว ที่จะอนุญาตให้สามารถเดินทางระหว่างประเทศได้ เนื่องจากมีการเข้าถึงวัคซีนอย่างจำกัดทั่วโลก ตลอดจนการกระจายวัคซีนที่ไม.. ดูเพิ่ม

WHO ชี้ "โอไมครอน ยังคงอันตรายอยู่"
ผู้อำนวยการขององค์กรอนามัยโลก "นายแพทย์ "ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส" กล่าวว่า "ถึงแม้เชื้อไวรัสโควิดสายพันธุ์ "โอไมครอน" จะมีอาการรุนแรงน้อยกว่าสายพันธุ์อื่น แต่มันก็ยังคงอันตรายอยู่ดี..." เนื่องจาก "ยังคงมีคนที่ต้อง เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล แล้วก็ยังมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีกหลายราย" "ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส" กล่าวว่า "วัคซีนรุ่นแรกอาจป้องกัน การติดเชื้อไม่ได้ทั้งหมด แต่ก็ยังสามารถป้องกัน จากก.. ดูเพิ่ม

"องค์การอนามัยโลก" เรียกร้องให้ยกเลิกหยุดกิจกรรมปีใหม่ หลัง "โอมิครอน" ระบาดหนัก
องค์การอนามัยโลก ร้องขอให้หยุดกิจกรรมปีใหม่ หลัง ‘โอมิครอน’ ระบาดหนัก บอก “การยกเลิกการจัดงาน ดีกว่าการเสียชีวิต”ขณะที่หัวหน้าทีมนักวิทยาศาสตร์ WHO ระบุ “ไม่ฉลาด หากรีบสรุปว่าไวรัสโอมิครอนไม่รุนแรง” องค์การอนามัยโลก (WHO) เรียกร้องให้ผู้คนยกเลิกแผนการในช่วงวันหยุดยาวปีใหม่บางอย่าง เพื่อปกป้องระบบสาธารณสุข หลังจากที่ไวรัสโควิดกลายพันธุ์ ‘โอมิครอน’ แพ.. ดูเพิ่ม

WHO ยัน "ยังไม่พบผู้เสียชีวิต จากโอไมครอน"
องค์การอนามัยโลก กล่าวว่า "เราได้ตรวจพบผู้ติดเชื้อ "โอไมครอน" ในอย่างน้อย 38 ประเทศทั่วโลกแล้ว แต่ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต จากไวรัสสายพันธุ์ใหม่ดังกล่าว..." และ "การระบาดของโอไมครอน ทำให้ยอดรวมผู้ติดเชื้อ ในแอฟริกาใต้มากเกิน 3 ล้านรายแล้ว!!" องค์การอนามัยโลก กล่าวเตือนว่า "อาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ เพื่อบอกได้ว่า "ไวรัสโอไมครอนแพร่เชื้ออย่างไร?" และ "ทำให้เกิดอาการเจ็บป่วย ที่รุนแรงขึ้นหรือไม่?.. ดูเพิ่ม

WHO ชี้ "โอไมครอน" ลุกลามไปเกือบทั่วโลกแล้ว!!
ผู้อำนวยการใหญ่ของ WHO "นายแพทย์ "ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส" กล่าวถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับ "สถานการณ์ไวรัสสายพันธุ์ "โอไมครอน" ว่า "ตอนนี้มีอย่างน้อย 23 ประเทศ ใน 5 จาก 6 ภูมิภาค ที่เป็นสมาชิกของ WHO ได้รายงานการตรวจพบผู้ติดเชื้อ "โอไมครอน" และ เราคาดว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อ อาจจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ..." "ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส" กล่าวว่า "เราให้ความสำคัญกับสถานการณ์นี้อย่างจริงจัง และ ทุกประเทศทั่.. ดูเพิ่ม

WHO ชี้ "PCR ตรวจหา "โอไมครอน" ได้!!"
องค์การอนามัยโลก กล่าวว่า "การตรวจหาเชื้อไวรัสโควิดด้วย "PCR" ยังคงใช้ในการตรวจหาเชื้อ "โอไมครอน" ได้!!" องค์การอนามัยโลก กล่าวอีกว่า “ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลที่บ่งชี้ว่า อาการที่เกี่ยวเนื่องกับไวรัส สายพันธุ์โอไมครอนนั้น มีความแตกต่างไปจากเชื้อกลายพันธุ์ อื่นๆอย่างไร?” ดูเพิ่ม

WHO ชี้ "โควิดสายพันธุ์เดลตา สำคัญกว่าโอไมครอน"
องค์การอนามัยโลก กล่าวว่า "ถึงแม้ว่าทั้งโลกกำลังตื่นตัวเรื่อง โควิดสายพันธุ์ใหม่ [โอไมครอน] แต่โควิดสายพันธุ์เดลตา ก็ยังคงเป็นสายพันธุ์ที่ทำให้คนติดเชื้อมากที่สุดอยู่ดี..." หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ ขององค์การอนามัยโลก "แพทย์หญิง "โซเมีย สวามินาธาน" กล่าวว่า "ผู้ติดเชื้อกว่า 99% ทั่วโลกเกิดจากสายพันธุ์เดลตา และ อัตราการเสียชีวิตส่วนใหญ่ เกิดขึ้นในกลุ่มที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน ฉันจึงคิดว่านั่นคือเรื่องที.. ดูเพิ่ม

WHO ประกาศว่า "โควิดสายพันธุ์ใหม่ น่าหวาดวิตกกังวล"
องค์การอนามัยโลก ประกาศว่า "ไวรัสโควิดสายพันธุ์ใหม่ "B.1.1.529" ที่พบในแอฟริกาใต้นั้น เป็นสายพันธุ์ที่น่าหวาดวิตกกังวล" เนื่องจาก "มันอาจจะแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว มากกว่าสายพันธุ์อื่นๆ" WHO กล่าวว่า "จากหลักฐานเบื้องต้นบ่งชี้ว่า มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่ไวรัสสายพันธุ์ใหม่ จะทำให้เกิดการติดเชื้อซ้ำ และ มีการเปลี่ยนแปลงที่เป็นอันตราย ในด้านระบาดวิทยาของไวรัสโควิด" และ "การติดเชื้อในแอฟริกาใต้ ได้พุ.. ดูเพิ่ม

ไม่เอานะเกรงใจ!!! WHO เลือกที่จะข้ามตัวอักษร Nu และ Xi ในการตั้งชื่อสายพันธ์ใหม่
หลังจากที่การกลายพันธ์สุดโหดเหมือนโกรธใครมาอย่าง Omicron เริ่มการระบาดในแอฟริกา และพบผู้ติดเชื้อจากการเดินทางในหลายพื้นที่ทั่วโลก แต่มีผู้สังเหตุพบความผิดปกติของการตั้งชื่อไวรัสสายพันธ์ต่างๆ ที่ครั้งนี้องค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) เลือกที่จะข้ามตัวอักษรถึง 2 ตัว เรามาฟังคำอธิบายจาก WHO กันครับ หลักการตั้งชื่อสายพันธ์ไวรัส แต่เดิมเมื่อยังไม่มีการตั้งชื่อไวรัสอย่างเป็นทางการ ปร.. ดูเพิ่ม

"องค์การอนามัยโลก" เตือน! วัคซีนโควิดช่วยลด การแพร่เชื้อได้แค่ราว 40%
ฉีดครบก็การ์ดอย่าตก! ผอ.องค์การอนามัยโลก (WHO) ออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19 ว่า มีความกังวลเกี่ยวกับความเข้าใจผิดของวัคซีน.. “วัคซีนสามารถช่วยรักษาชีวิตไว้ได้ก็จริง แต่ไม่สามารถป้องกันการแพร่กระจายเชื้อได้อย่างสมบูรณ์” ก่อนเชื้อสายพันธุ์เดลตาจะระบาดเป็นหลัก วัคซีนสามารถช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อได้ประมาณ 60% “แต่ตอนนี้ลดลงเหลือ 40% เท่านั้น หลังเดลตาระบาดเป็นหลัก&rdquo.. ดูเพิ่ม