ราชวงศ์จีน


จีนโบราณพิสูจน์พ่อแม่ลูกอย่างไร เมื่อโลกยังไม่มี DNA Test
ก่อนโลกจะมีการตรวจ DNA ที่แม่นยำสูง การพิสูจน์ว่าใครเป็นพ่อแม่ลูกกันจริงไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะในสังคมจีนโบราณที่เรื่อง “สายเลือด” เกี่ยวข้องกับครอบครัว มรดก ตระกูล และศักดิ์ศรีของคนทั้งบ้าน หนึ่งในวิธีที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ 滴血认亲 หรือที่มักถอดเสียงว่า ตีเสวี่ยเริ่นชิน แปลตรงตัวได้ประมาณว่า “หยดเลือดเพื่อยืนยันความเป็นญาติ” วิธีนี้ไม่ได้เป็นวิทยาศาสตร์แบบที่เราเข้าใจในป.. ดูเพิ่ม

รวมของขวัญยอดนิยมที่สนมชอบส่งไปเพื่อแซะกัน
ในวังหลวง โดยเฉพาะจีนยุคราชวงศ์หมิง–ชิง “ของขวัญ” ไม่ได้ให้เพื่อแสดงน้ำใจอย่างเดียว แต่เป็นเครื่องมือแซะกันแบบเนียนมาก เพราะทุกอย่างมี “ความหมายเชิงสัญลักษณ์” ซ่อนอยู่ นี่คือของขวัญยอดฮิตที่สนมใช้ “ส่งแรงกดดันใส่กัน” แบบสุภาพแต่เจ็บลึก: 1) ดอกไม้ (Flower Politics) ดอกไม้คือของแซะอันดับ 1 เพราะ “ความหมายแรงมาก” ดอกโบตั๋น = ความมั่งคั่ง อำนาจ คว.. ดูเพิ่ม

เปิดรายชื่อตระกูลขุนนางจีน ที่ยังสืบทอดสายเลือดมาจนถึงปัจจุบัน
หลายคนอาจคิดว่าเมื่อจักรวรรดิจีนล่มสลายในปี ค.ศ. 1912 ตระกูลขุนนางและราชวงศ์ต่าง ๆ ก็คงหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ แต่ความจริงแล้ว ลูกหลานของตระกูลผู้ดีเก่าเหล่านี้ยังคงมีชีวิตอยู่จนถึงทุกวันนี้ บางคนเป็นนักวิชาการ ศิลปิน นักธุรกิจ หรือแม้แต่นักการเมือง โดยใช้ชีวิตเช่นเดียวกับคนทั่วไป อย่างไรก็ตาม ตระกูลที่สามารถยืนยันสายสกุลได้อย่างชัดเจนมีอยู่ไม่กี่ตระกูล เนื่องจากเวลาผ่านมาหลายร้อยถึงกว่าพันปี ทำ.. ดูเพิ่ม

โรคยอดฮิตที่คร่าชีวิตจิตใจของสนมในราชวงศ์ชิง
เมื่อพูดถึงชีวิตของเหล่าสนมในราชสำนักจีน หลายคนอาจนึกถึงความหรูหรา เสื้อผ้างดงาม และวังหลวงอันโอ่อ่า แต่เบื้องหลังความงดงามนั้นกลับเต็มไปด้วยความโดดเดี่ยว ความกดดัน และการแข่งขันที่ดุเดือด จนทำให้สนมจำนวนไม่น้อยล้มป่วยด้วยโรคที่แพทย์หลวงเรียกว่า "โรคลมปราณอุดตัน" หรือ ชี่อวี้ (气郁) หลายคนจึงตั้งคำถามว่า หากมองด้วยความรู้ทางการแพทย์ในปัจจุบัน โรคนี้อาจเป็นสิ่งเดียวกับ "โรคซึมเศร้า" หรือไม่? โรคลมปรา.. ดูเพิ่ม

เปิดสูตรลับครีมบำรุงผิวของซูสีไทเฮา ตำนานความงามที่มี "ขี้นก" เป็นส่วนผสม
เมื่อพูดถึงเคล็ดลับความงามของ ซูสีไทเฮา หลายคนคงนึกถึงไข่มุกบด โสม หรือสมุนไพรจีนหายาก แต่มีอีกหนึ่งส่วนผสมที่ฟังแล้วอาจทำให้หลายคนแปลกใจ นั่นคือ มูลนกนางแอ่น หรือที่เรียกกันว่า "ขี้นก" ขี้นกในตำรับความงามจีนโบราณ บันทึกด้านการแพทย์และความงามของจีนระบุว่า ในสมัยราชวงศ์ชิง มีการใช้ มูลนกนางแอ่นแห้ง (燕矢 หรือ Yàn Shǐ) ในตำรับยาบางชนิด รวมถึงมีการนำมาผสมในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวของชนชั้นสูง วิธีการคื.. ดูเพิ่ม

เปิดลำดับขั้นสนมในราชวงศ์จีน! จากสาวใช้สู่ฮองเฮา เส้นทางสู่จุดสูงสุดของฝ่ายใน
เมื่อพูดถึงซีรีส์จีนหรือประวัติศาสตร์จีน หลายคนคงเคยได้ยินตำแหน่งอย่าง "กุ้ยเฟย", "ผิน" หรือ "กุ้ยเหริน" จนเกิดคำถามว่าแท้จริงแล้วตำแหน่งเหล่านี้แตกต่างกันอย่างไร และใครมีอำนาจมากกว่ากัน ความจริงแล้ว ระบบตำแหน่งสนมของจีนมีการเปลี่ยนแปลงตามแต่ละราชวงศ์ แต่ระบบที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดคือของ ราชวงศ์ชิง ซึ่งมีการกำหนดลำดับชั้นไว้อย่างชัดเจน 1. ฮองเฮา (皇后) เป็นพระมเหสีเอกและสตรีผู้มีฐานะสูงที่สุดในพระ.. ดูเพิ่ม

คนจีนเจาะหูข้างเดียว แต่ทำไมสนมชาวแมนจูถึงเจาะหลายรู?
หากใครเคยดูซีรีส์จีนย้อนยุคในสมัยราชวงศ์ชิง คงสังเกตเห็นว่าเหล่าฮองเฮา พระสนม และสตรีชั้นสูงหลายคนมักสวมต่างหูหลายคู่เรียงกันบนใบหู ดูหรูหราและสะดุดตา จนหลายคนสงสัยว่าเป็นเพียงแฟชั่นของราชสำนักหรือมีความหมายซ่อนอยู่ การเจาะหูหลายรูเป็นธรรมเนียมดั้งเดิมของชาวแมนจู และมีประวัติยาวนานก่อนที่พวกเขาจะเข้าปกครองจีนเสียอีก เอกลักษณ์ของสตรีชาวแมนจู ก่อนการสถาปนา ราชวงศ์ชิง ชาวแมนจูอาศัยอยู่ทางตะวันออกเฉีย.. ดูเพิ่ม

ชะตาชีวิตที่ไม่เป็นดั่งฝัน (จาวเซิ่งฉือโซ่วฮองไทเฮา)
"ชะตาฟ้าลิขิต ชีวิตคนเรามีจังหวะของมัน" แม้พระนางจางไม่ได้กล่าว แต่ก็สามารถอธิบายพระจริยวัตรหลังจากสิ้นรัชสมัยของพระราชโอรส(จักรพรรดิเจิ้งเต๋อ) ได้อย่างดีทีเดียว (รูปที่ 1 จาวเซิ่งฉือโซ่วฮองไทเฮา หรือ พระนางจาง) จาวเซิ่งฉือโซ่วฮองไทเฮา หรือ จักรพรรดินีเซี่ยวคังจิ้ง ประสูติในปีค.ศ. 1471 ในสกุลจาง ดังนั้นเราจะเรียกว่าพระนางจาง จังหวะชีวิตของพระนางจางมีทั้งขึ้นสูงสุดและต่ำสุด ปีค.ศ. 1487 พระนางจางได้.. ดูเพิ่ม

พระพันปีหลวง ผู้เศร้าโศก
จักรพรรดินีเซี่ยวฮุ่ย พระพันปีหลวง เป็นจักรพรรดินีพระองค์หนึ่งในราชวงศ์หมิง พระนางมาจากสกุลเช่า เป็นที่รู้จักในพระนามพระนางโซ่วอันฮองไทเฮา (รูปที่ 1 พระนาง) พระนางประสูติที่หางโจว ไม่ทราบปีแน่ชัด ครอบครัวไม่ได้ชอบพระนางเท่าไหร่นัก เป็นเหตุให้ถูกจับแต่งงานกับชายต่างๆเพื่อให้พระนางออกจากครอบครัว ด้วยถือว่าพระนางเป็นภาระ **เหมือนถูกคำสาป** หลังการแต่งงานพระนางถูกประนามว่า "กินผัว" เหตุคือเมื่อพระนางแ.. ดูเพิ่ม

'Qing dynasty' ราชวงศ์สุดท้ายในประวัติศาสตร์ของแผ่นดินจีน
ราชวงศ์ชิง หรือ Qing dynasty (ค.ศ. 1644–1912) เป็นราชวงศ์สุดท้ายของจีน ก่อตั้งโดยชาวแมนจูจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ราชวงศ์นี้สืบทอดต่อจากราชวงศ์หมิง หลังจากที่ชาวแมนจูพิชิตปักกิ่ง ในปี ค.ศ. 1644 และขยายดินแดนของจีนไปจนสุดขอบประวัติศาสตร์ ซึ่งรวมถึงไต้หวัน ทิเบต ซินเจียง และมองโกเลีย ราชวงศ์ชิงยังคงรักษาระบบราชการแบบรวมอำนาจของจักรพรรดิไว้ แต่ได้ปรับเปลี่ยนนโยบายบางอย่าง เพื่อจัดการกับค.. ดูเพิ่ม

หยางเจียนจากขุนนางชั้นสูงสู่ปฐมจักรพรรดิราชวงศ์สุย
"ชาติกำเนิดของหยางเจียน จักรพรรดิผู้สถาปนาราชวงศ์สุย" ณ ปลายสมัยราชวงศ์เป่ยโจว อาณาจักรอันกว้างใหญ่เริ่มสั่นคลอน ดั่งพฤกษาใหญ่ที่ไหวเอนตามแรงพายุ ในห้วงเวลาแห่งความเปลี่ยนแปลงนั้น บุรุษหนึ่งถือกำเนิดขึ้นมา ผู้ซึ่งภายภาคหน้าจะก่อร่างสร้างอาณาจักรใหม่ นามของเขาคือ หยางเจียน (杨坚) ผู้จะเป็นมหาบุรุษผู้สถาปนา ราชวงศ์สุย (隋朝) หยางเจียนถือกำเนิดเมื่อปี ค.ศ. 541 ในตระกูลหยางซึ่งมีเชื้อสายสูงศักดิ์ บิดาของ.. ดูเพิ่ม

หลี่ฮองเฮา จากแรงหึงโหดจนกลายเป็นราชินีผู้โหดเหี้ยม ตัดแขน ตัดขา ที่มาของคำว่า "มนุษย์หมู?"
สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้ผมจะขอย้อนเล่าเรื่องราวของภรรยา หรือ ราชินี สมัยปฐมกษัตริย์ ผู้ตั้งราชวงศ์ ฮั่น อย่าง หลี่ฮองเฮา ผู้เป็นราชีนีของพระเจ้า ฮั่นเกาจู่ หรือเล่าปังนั้นเอง หลี่ฮองเฮา เป็นภรรยาของ เล่าปัง(พระเจ้าฮั่นเกาจู่) ตั้งแต่ยังเป็นเพียง หัวหน้าหมู่บ้านเล็กๆเท่านั้น แต่เนื่องด้วยนิสัยของเล่าปังนั้น เป็นคนที่เจ้าชู้ ไม่ว่าจะไปทำศึก หรือไปไหน ก็ต้องมีสาวๆข้างกายเสมอ จึงอาจจะเป็นเหตุทำให้พระ.. ดูเพิ่ม

หยางกุ้ยเฟย์ (Yang Guifei) เป็นหนึ่งในสี่ สตรีทีงดงามที่สุดในประวัติศาสตร์จีนโบราณ
🐉หยางกุ้ยเฟย์ (Yang Guifei) เป็นหนึ่งในสี่ สตรีทีงดงามที่สุดในประวัติศาสตร์จีนโบราณ 🔸หยางกุ้ยเฟย์ (Yang Guifei) ได้ฉายาว่า "มวลผกาละอายนาง" (羞花) เพราะครั้งหนึ่งนางไปชมทุ่งดอกไม้ 🔸ปรากฏว่าร่างกายของนางมีกลิ่นหอมฟุ้ง เหล่ามวลดอกไม้ที่ปลูกรอบตัวนาง เมื่อได้เห็นรูปโฉมของนางก็ถึงกับตะลึง ความงามของนางนั้น ทำให้กลีบดอกไม้หุบลงโดยไม่รู้ตัว 🔸หยางกุ้ยเฟย์ มีชีวิตอยู่ในช่วงราชวงศ์ถัง (26 มิถุนายน ค.ศ. 7.. ดูเพิ่ม

ทำไมวังที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน จึงถูกเรียกว่า 'พระราชวังต้องห้าม'
พระราชวังต้องห้าม (Forbidden City)เป็นสถานที่สำคัญที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ถือเป็นสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ พระราชวังต้องห้ามเป็นพระราชวังของราชวงศ์หมิงและชิงตั้งแต่ปี ค.ศ. 1420 ถึงปี ค.ศ. 1912 และเป็นศูนย์กลางทางการเมืองและพิธีกรรมของทางการจีนมาเกือบห้าศตวรรษ พระราชวังต้องห้ามมีพื้นที่ประมาณ 180 เอเคอร์ เป็นกลุ่มพระราชวังที่ใหญ่ที่สุดใน.. ดูเพิ่ม

เปิดตัวโบราณวัตถุล้ำค่ากว่า 100 ชิ้น ที่สุสาน 13 ราชวงศ์หมิง
กรุงปักกิ่ง - นิทรรศการโบราณวัตถุล้ำค่าระดับชาติสมัยราชวงศ์หมิง กำลังจัดแสดงที่สถานที่ท่องเที่ยวสุสาน 13 ราชวงศ์หมิง โดยมีการนำโบราณวัตถุล้ำค่ากว่า 100 ชิ้น มาจัดแสดงโบราณวัตถุเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งของที่ใช้ในราชสำนักสมัยราชวงศ์หมิง สะท้อนให้เห็นถึงความงดงาม ความประณีต และความรุ่งเรืองของราชวงศ์หมิง ไฮไลท์ของนิทรรศการ * เครื่องใช้สำหรับราชวงศ์ เช่น มงกุฎ พระขรรค์ ถ้วยชาม แจกัน * เสื้อผ้า เครื่องประ.. ดูเพิ่ม

3 พี่น้องตระกูลตู๋กู มารดา 3 ราชวงศ์จีน
ตระกูลตู๋กูเป็นตระกูลชนชั้นสูงที่มีเชื้อสายชาวเซียนเป่ย ซึ่งเป็นชนเผ่าที่มีความสามารถในการสู้รบสูง ตู๋กูซิ่น ผู้นำของตระกูลนี้ได้เป็นขุนพลใหญ่ในราชวงศ์เป่ยเว่ย (เว่ยเหนือ) บุตรี 3 คนของเขาได้เกี่ยวดองในราชวงศ์ถึง 3 ราชวงศ์ ได้แก่ ราชวงศ์เป่ยโจว สุย และถัง 1.บุตรีคนแรกคือ ตู๋กูฮองเฮา/หมิงจี้ฮองเฮา ในจักรพรรดิโจวหมิงตี้ นางเป็นบุตรีคนโตของตู๋กูซิ่น คุณหนูใหญ่ตู๋กูแต่งงานกับอวี่เหวินอวี้ ตั้งแต่สมัย.. ดูเพิ่ม

สมเด็จพระจักรพรรดิองค์สุดท้าย ในประวัติศาสตร์ราชวงศ์ของจีน
Puyi (ผู่อี๋)หรือ สมเด็จพระจักรพรรดิผู่อี๋หรือที่รู้จักกันในชื่อ Henry Pu Yi เป็นจักรพรรดิองค์สุดท้ายของจีนเป็นผู้ปกครองคนที่สิบสองและคนสุดท้ายของราชวงศ์ชิงพระราชสมภพเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 1906 เสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อพระชนมายุเพียง 2 พรรษา หลังจากการสละราชสมบัติของจักรพรรดิกวงซูผู้เป็นลุง เนื่องจากอายุยังน้อย รัชสมัยของ Puyiจึงได้รับอิทธิพลอย่างมากจากผู้สำเร็จราชการและผู้มีอำนาจในราชสำนัก รัชสม.. ดูเพิ่ม

ขันทีคนสุดท้ายในประวัติศาสตร์ ที่มีชีวิตรอดจากยุคจักรพรรดิจีน
ซุน เหยาถิง (Sun Yaoting)เป็นขันทีชาวจีน ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นขันทีของจักรพรรดิคนสุดท้ายที่ยังมีชีวิตอยู่ของพระราชวังต้องห้ามในกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เขาทำหน้าที่เป็นขันทีในช่วงปีสุดท้ายของราชวงศ์ชิง และได้เห็นการล่มสลายของระบบจักรพรรดิในจีน ซุน เหยาถิง เกิดที่ปักกิ่ง และเข้าทำงานในพระราชวังหลวงเมื่ออายุได้ 8 ขวบ เขาเข้ารับการ 'ตอน' ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติทั่วไปในช่วงเวลานั้น เพื่อเป็นขันทีแล.. ดูเพิ่ม

สมเด็จพระจักรพรรดิองค์สุดท้ายในประวัติศาสตร์ของประเทศจีน
Puyi (ผู่อี๋) หรือ สมเด็จพระจักรพรรดิผู่อี๋หรือที่รู้จักกันในชื่อ Henry Pu Yi เป็นจักรพรรดิองค์สุดท้ายของจีนเป็นผู้ปกครองคนที่สิบสองและคนสุดท้ายของราชวงศ์ชิง พระราชสมภพเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 1906 เสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อพระชนมายุเพียง 2 พรรษา หลังจากการสละราชสมบัติของจักรพรรดิกวงซูผู้เป็นลุง เนื่องจากอายุยังน้อย รัชสมัยของ Puyi จึงได้รับอิทธิพลอย่างมากจากผู้สำเร็จราชการและผู้มีอำนาจในราชสำนัก รั.. ดูเพิ่ม

ขันทีคนสุดท้ายที่มีชีวิตรอดมาจากยุคจักรพรรดิจีน
ซุน เหยาติง (Sun Yaoting) เป็นขันทีชาวจีน ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นขันทีของจักรพรรดิคนสุดท้ายที่ยังมีชีวิตอยู่ของพระราชวังต้องห้ามในกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เขาทำหน้าที่เป็นขันทีในช่วงปีสุดท้ายของราชวงศ์ชิง และได้เห็นการล่มสลายของระบบจักรพรรดิในจีน ซุน เหยาถิง เกิดที่ปักกิ่งและเข้าทำงานในพระราชวังหลวงเมื่ออายุได้ 8 ขวบ เขาเข้ารับการ 'ตอน' ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติทั่วไปในช่วงเวลานั้น เพื่อเป็นขันทีแล.. ดูเพิ่ม









