หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

มหาสมุทร

ยิ่งลึกยิ่งใหญ่จริงไหม? ไขปริศนา Deep-Sea Gigantism
เกริ่นมาแบบนี้หลายคนอาจจะนึกภาพไม่ออกว่าไอ้ความใหญ่ที่พูดถึงมันคือระดับไหน ก่อนอื่นต้องเคลียร์กันก่อนว่า Deep-Sea Gigantism ไม่ได้หมายความว่าสัตว์ทุกชนิดพอลงไปอยู่ทะเลลึกแล้วจะต้องตัวใหญ่ขึ้น และก็ไม่ใช่กฎตายตัวว่ายิ่งอยู่ลึกยิ่งใหญ่ คำนี้ใช้เรียกปรากฏการณ์ที่สัตว์บางกลุ่มในทะเลลึกมีขนาดใหญ่กว่าญาติใกล้เคียงของมันในบริเวณน้ำตื้นอย่างโดดเด่น ซึ่งสาเหตุจริง ๆ อาจไม่ได้มีเพียงข้อเดียว แต่เกิดจากหลาย.. ดูเพิ่ม
“วงแหวนแห่งไฟ” ทำไมช่วงนี้โลกสั่นไหวบ่อย และกำลังเกิดอะไรขึ้นใต้ผืนโลก
ช่วงนี้หลายประเทศตามแนว “วงแหวนแห่งไฟ” เผชิญแผ่นดินไหวขนาดกลางถึงขนาดใหญ่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ทั้งในอินโดนีเซีย ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ และพื้นที่รอบมหาสมุทรแปซิฟิก โดยเฉพาะเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในอินโดนีเซียที่สร้างความเสียหายและเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมา เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้เกิดคำถามว่า “วงแหวนแห่งไฟกำลังตื่นตัวหรือไม่?” อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ยังไม่มีหลักฐานว่าแผ่นดินไหวใ.. ดูเพิ่ม
แชลเลนเจอร์ดีป จุดที่ลึกที่สุดในมหาสมุทร ลึกกว่าเอเวอเรสต์ถึงสองกิโลเมตร
ลองนึกภาพภูเขาที่สูงที่สุดบนโลกถูกหย่อนลงไปในมหาสมุทร แม้ยอดเขาเอเวอเรสต์จะสูงถึง 8,848.86 เมตรจากระดับน้ำทะเล แต่ถ้าภูเขาทั้งลูกถูกวางลงในร่องลึกที่สุดของมหาสมุทร ยอดเขายังจมอยู่ใต้น้ำอีกนับพันเมตร ภาพเปรียบเทียบนี้ทำให้เห็นว่าความลึกใต้ทะเลไม่ใช่แค่ตัวเลขบนแผนที่ แต่เป็นพื้นที่มืดมิดและกดดันสุดขั้วซึ่งอยู่ไกลจากโลกที่มนุษย์คุ้นเคยมาก จุดนั้นมีชื่อว่า แชลเลนเจอร์ดีป ตั้งอยู่บริเวณตอนใต้ของร่องลึ.. ดูเพิ่ม
Gulf of Alaska ผืนน้ำสองสีที่ดูเหมือนธรรมชาติกำลังลากเส้น
Gulf of Alaska หรืออ่าวอะแลสกา ที่เมื่อมองจากมุมสูงจะเห็นผืนน้ำสองสีอยู่ติดกันอย่างชัดเจน ฝั่งหนึ่งออกน้ำเงินเข้ม อีกฝั่งมีสีฟ้าอมเขียวหรือน้ำตาลคล้ายมีใครเอาเส้นมาขีดแบ่งทะเลออกเป็นสองฝั่ง แต่จริง ๆ แล้วไม่มีเส้นแบ่ง และไม่ได้หมายความว่าน้ำสองฝั่ง “ไม่ยอมผสมกัน” อย่างที่มักมีการเล่าต่อกันบนอินเทอร์เน็ต ชายฝั่งอะแลสกามีภูเขาและธารน้ำแข็งจำนวนมาก เมื่อธารน้ำแข็งเคลื่อนตัวและละลาย น้ำที.. ดูเพิ่ม
มหาสมุทรแปซิฟิกใหญ่และลึกที่สุดในโลก
มหาสมุทรที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดบนโลกคือ “มหาสมุทรแปซิฟิก” และมหาสมุทรแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของจุดที่ลึกที่สุดเท่าที่มนุษย์สำรวจพบในมหาสมุทรโลกด้วย แปซิฟิกกินพื้นที่ประมาณ 165 ล้านตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่มหาศาลระหว่างทวีปเอเชียและออสเตรเลียทางด้านตะวันตก กับทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ทางด้านตะวันออก หากมองจากลูกโลกจะเห็นว่าแปซิฟิกกว้างจนกินพื้นที่เกือบหนึ่งในสามของพื้นผิวโลก .. ดูเพิ่ม
รสเดียวของมหาสมุทรสะท้อนว่าคำสอนทั้งหมดมุ่งไปที่ความหลุดพ้น
มหาสมุทรมีรสเดียวคือรสเค็ม ธรรมวินัยก็มีรสเดียวคือวิมุตติรส ประโยคนี้ฟังเผินๆ เหมือนเป็นคำเปรียบเทียบสวยงามเกี่ยวกับทะเล แต่แก่นของอุปมากลับคมมาก เพราะกำลังบอกว่า คำสอนอาจมีหัวข้อมากมาย วิธีปฏิบัติอาจต่างกัน และคนแต่ละคนอาจเริ่มต้นจากคนละจุด แต่ปลายทางของธรรมวินัยไม่ได้กระจัดกระจายในพระสูตรมีการเปรียบเทียบความน่าอัศจรรย์ของมหาสมุทรกับธรรมวินัยหลายประการ หนึ่งในนั้นคือ มหาสมุทรมีรสเดียวคือรสเค็ม เ.. ดูเพิ่ม
เรื่องแปลกในมหาสมุทรที่นักวิทยาศาสตร์ยังศึกษาอยู่
มหาสมุทรกินพื้นที่ประมาณ 70% ของพื้นผิวโลก แต่สิ่งที่มนุษย์รู้จักกลับเป็นเพียงส่วนหนึ่งของโลกสีน้ำเงินแห่งนี้เท่านั้น ปัจจุบันพื้นมหาสมุทรทั่วโลกเพิ่งถูกทำแผนที่ด้วยความละเอียดสูงประมาณหนึ่งในสี่ และพื้นที่ที่มนุษย์ส่งยานลงไปสำรวจด้วยสายตาจริง ๆ ยังน้อยกว่านั้นมาก นั่นหมายความว่า ใต้ผิวน้ำที่ดูคุ้นตา ยังมีเรื่องแปลกอีกมากที่นักวิทยาศาสตร์กำลังพยายามทำความเข้าใจ แสงประหลาดในความมืดสนิท เมื่อดำลงไป.. ดูเพิ่ม
มนุษย์ค้นพบสิ่งมีชีวิตบนโลกไปแล้วกี่เปอร์เซ็นต์?
ลองนึกภาพว่าโลกทั้งใบเป็นห้องสมุดขนาดมหึมา ชั้นหนังสือเรียงยาวออกไปจนสุดสายตา และหนังสือแต่ละเล่มคือสิ่งมีชีวิตหนึ่งชนิด ตอนนี้มนุษย์กำลังเดินสำรวจห้องสมุดแห่งนี้ไปทีละชั้น เปิดหนังสือทีละเล่ม ตั้งชื่อ จดบันทึก และพยายามทำความเข้าใจว่าแต่ละชนิดใช้ชีวิตอย่างไร คำถามคือ เราเปิดหนังสือไปแล้วกี่เล่ม? คำตอบที่น่าสนใจคือ ยังไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าโลกมีสิ่งมีชีวิตทั้งหมดกี่ชนิด เพราะฉะนั้นจึงยังไม่มีเปอร์เ.. ดูเพิ่ม
ใต้ทะเลลึก มีอะไร ซ่อนอยู่ และ ทำไม มนุษย์ ยัง สำรวจ ได้ เพียง เศษเสี้ยว
มหาสมุทรที่เห็นบนแผนที่ ไม่ได้แปลว่ามนุษย์รู้จักมันแล้ว ประเด็นที่ชวนสับสนมากคือคำว่า “สำรวจทะเลไปแล้วกี่เปอร์เซ็นต์” เพราะคำว่า ทำแผนที่ กับ ลงไปมองเห็นจริง เป็นคนละเรื่องกันเลย ปัจจุบันข้อมูลที่อัปเดตถึงเดือนเมษายน 2026 ระบุว่า พื้นมหาสมุทรทั่วโลกประมาณ 28.7% ถูกทำแผนที่ด้วยเทคโนโลยีความละเอียดสูงสมัยใหม่แล้ว แต่ถ้าถามว่า มนุษย์เคยใช้กล้องจากยานดำน้ำหรือหุ่นยนต์ลงไปมองพื้นทะเลลึกด้ว.. ดูเพิ่ม
ทะเลลึกยังซ่อนอะไรไว้ ทำไมมนุษย์เห็นพื้นมหาสมุทรจริงเพียงนิดเดียว
ใต้ผิวน้ำที่คุ้นตา ยังมีโลกอีกใบที่แทบไม่เคยเห็นด้วยตา คำว่า มนุษย์สำรวจทะเลไม่ถึง 1% ฟังแล้วเหมือนโลกยังเหลือพื้นที่ว่างมหาศาล แต่ตัวเลขนี้ต้องแยกให้ออกก่อน เพราะคำว่า สำรวจ กับ ทำแผนที่ ไม่ใช่เรื่องเดียวกันเลยข้อมูลการทำแผนที่พื้นมหาสมุทรด้วยมาตรฐานสมัยใหม่ ณ ปี 2025 ครอบคลุมประมาณ 27.3% ของพื้นมหาสมุทรโลก แล้ว หมายความว่ามนุษย์พอรู้รูปร่างภูเขา ร่องลึก ที่ราบ และโครงสร้างใหญ่ใต้ทะเลอยู่พอสมควร.. ดูเพิ่ม
ทำไมน้ำทะเลถึงเค็ม เกลือมหาศาลมาจากไหน และสะสมอยู่ในมหาสมุทรได้อย่างไรตั้งแต่แรก
ทะเลไม่ได้ถูกเทเกลือลงไปตั้งแต่วันแรก แค่ตักน้ำทะเลขึ้นมาชิมนิดเดียวก็รู้ทันทีว่ารสเค็มชัดมาก แต่ภาพที่น่าสงสัยคือ ในเมื่อฝนที่ตกลงมาจืด แม่น้ำส่วนใหญ่ก็จืด แล้วน้ำทั้งก้อนในมหาสมุทรไปเอาเกลือมหาศาลมาจากไหนกันแน่ คำตอบเริ่มจากสิ่งธรรมดาสุดๆ อย่าง ฝน ก้อนหิน และเวลา ฝนไม่ได้เป็นน้ำบริสุทธิ์แบบในห้องทดลอง เพราะระหว่างอยู่ในอากาศ น้ำฝนละลายคาร์บอนไดออกไซด์บางส่วนจนเกิดกรดคาร์บอนิกอ่อนๆ พอตกลงบนพื้น .. ดูเพิ่ม
ชนเผ่าที่ใช้ชีวิตอยู่กลางทะเลมานานกว่าพันปี เรื่องจริงของ "ชาวบาเจา" มนุษย์แห่งท้องทะเล
ก่อนที่แผนที่จะขีดเส้นแบ่งประเทศ ก่อนที่เรือเหล็กจะแล่นข้ามมหาสมุทร และก่อนที่เมืองชายฝั่งจะขยายตัวจนกลืนผืนทราย ยังมีผู้คนกลุ่มหนึ่งใช้ชีวิตไปพร้อมกับคลื่นลม พวกเขาไม่มีรั้วบ้าน ไม่มีถนนหน้าประตู ไม่มีเลขที่บ้านในความหมายตามที่คนบนบกคุ้นเคย สิ่งที่เรียกว่า "บ้าน" ของพวกเขาลอยอยู่เหนือผืนน้ำ และเส้นทางที่ใช้เดินทางคือกระแสน้ำที่เปลี่ยนทิศไปตามฤดูกาล ผู้คนเหล่านั้นคือ ชาวบาเจา (Bajau) ชนเผ่าทางทะเ.. ดูเพิ่ม
ร่องลึกมาเรียนาลึกแค่ไหน? ลึกจนยอดเขาเอเวอเรสต์ยังจมหายใต้น้ำอีกกว่า 2 กิโลเมตร
มหาสมุทรมีหลุมที่ลึกเสียจนภูเขาที่สูงที่สุดในโลกยังโผล่ไม่พ้นน้ำ ลองนึกภาพว่าคุณยกยอดเขาเอเวอเรสต์ทั้งลูกไปวางไว้ที่ก้นมหาสมุทร หลายคนอาจคิดว่าปลายยอดน่าจะโผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมาได้ แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม เพราะร่องลึกมาเรียนา (Mariana Trench) ลึกมากเสียจนแม้จะวางภูเขาที่สูงที่สุดในโลกลงไป ยอดเขาก็ยังจมอยู่ใต้น้ำอีกกว่า 2 กิโลเมตร เป็นตัวเลขที่ทำให้เห็นว่าพื้นมหาสมุทรบางแห่งลึกเกินกว่าที่เราจะจินตน.. ดูเพิ่ม
ออกซิเจนไม่ได้เกิดจากแสงเสมอไป? การค้นพบ 'ออกซิเจนมืด' ใต้ก้นสมุทรที่กำลังเขย่าความเข้าใจของนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก
ใต้ทะเลลึกที่มืดสนิท ไม่มีแสงอาทิตย์ส่องถึงเลยแม้แต่นิดเดียว กลับมีบางสิ่งกำลังปล่อยออกซิเจนออกมา ฟังดูเหมือนนิยายวิทยาศาสตร์ แต่เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงระหว่างการศึกษาพื้นทะเลลึกในมหาสมุทรแปซิฟิก นักวิจัยพบว่าปริมาณออกซิเจนในบริเวณที่ควรจะมีแต่การใช้ออกซิเจนของสิ่งมีชีวิต กลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่อยู่ลึกหลายพันเมตรจนแสงจากดวงอาทิตย์เดินทางไปไม่ถึง จึงไม่มีทางเกิดการสังเคราะห์ด้วยแสงแบบที่.. ดูเพิ่ม
รู้หรือไม่? ฉลามไม่มี 'กระดูก' แม้แต่ชิ้นเดียว แต่กลับเป็นนักล่าที่แข็งแกร่งที่สุดในทะเล
ฉลามทั้งตัวไม่มีโครงกระดูกแข็งเหมือนสัตว์ส่วนใหญ่ ฟังดูเหมือนเป็นข้อเสีย แต่กลับกลายเป็นหนึ่งในความลับที่ทำให้ฉลามว่ายน้ำได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพอย่างเหลือเชื่อ แม้ว่าฉลามจะเป็นปลาขนาดใหญ่ บางชนิดมีความยาวหลายเมตรและมีแรงกัดมหาศาล แต่ร่างกายของมันไม่ได้ประกอบด้วยกระดูกแข็งเลยแม้แต่ชิ้นเดียว โครงสร้างทั้งหมดทำจาก กระดูกอ่อน (Cartilage) ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อชนิดเดียวกับที่อยู่บริเวณใบหู ปลายจมูก และ.. ดูเพิ่ม
เรารู้จักพื้นผิวดวงจันทร์มากกว่าก้นมหาสมุทร? ความจริงที่ทำให้ใต้ทะเลลึกยังเป็นปริศนาของโลก
โลกที่เราอาศัยอยู่ยังมีพื้นที่อีกมหาศาลที่มนุษย์ไม่เคยเห็นด้วยตาตัวเอง หลายคนอาจเคยได้ยินว่ามนุษย์สำรวจใต้ทะเลลึกไปเพียงประมาณ 5% แม้ตัวเลขนี้จะถูกอ้างถึงอยู่บ่อยครั้ง แต่ใจความสำคัญคือ พื้นที่ใต้มหาสมุทรส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับการสำรวจและทำแผนที่อย่างละเอียด เพราะการลงไปในความลึกหลายพันเมตรเป็นงานที่ยากกว่าที่หลายคนคิด ทั้งแรงดันมหาศาล ความมืดสนิท อุณหภูมิที่ต่ำมาก และค่าใช้จ่ายในการส่งยานสำรวจแต่ละ.. ดูเพิ่ม
ทำไมมหาสมุทรถึงเค็ม? คำตอบเริ่มจากฝน หิน และก้นทะเล
เมื่อเดินเล่นริมทะเล หลายคนคงเคยสัมผัสรสเค็มของน้ำทะเล และอาจสงสัยว่า ทำไมน้ำในมหาสมุทรถึงเค็ม ทั้งที่น้ำฝนและน้ำในแม่น้ำกลับแทบไม่มีรสเค็มเหมือนกัน คำตอบไม่ได้เกิดจากสาเหตุเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากกระบวนการทางธรรมชาติที่ดำเนินต่อเนื่องมาตลอดประวัติศาสตร์โลก ทั้งการผุพังของหินบนแผ่นดิน การพัดพาแร่ธาตุของแม่น้ำ และปฏิกิริยาบริเวณใต้พื้นมหาสมุทร จุดเริ่มต้นของความเค็มจากหยดน้ำฝน น้ำฝนที่ตกลงมาบน.. ดูเพิ่ม
วาฬสีน้ำเงิน สัตว์หนักที่สุดบนโลก
สัตว์ที่มีน้ำหนักตัวมากที่สุดในโลกไม่ใช่ไดโนเสาร์ ไม่ใช่ช้าง และไม่ใช่สัตว์ดึกดำบรรพ์ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว แต่เป็นสัตว์ที่ยังว่ายอยู่ในมหาสมุทรทุกวันนี้ นั่นคือ “วาฬสีน้ำเงิน” ความน่าสนใจไม่ได้อยู่แค่ขนาดลำตัว เพราะสัตว์ที่อาจหนักกว่า 150 ตันชนิดนี้กลับดำรงชีวิตด้วยการกินสิ่งมีชีวิตตัวเล็กคล้ายกุ้งเป็นหลัก และยังต้องขึ้นมาหายใจบนผิวน้ำเหมือนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั่วไป วาฬสีน้ำเงินหนักแค่ไ.. ดูเพิ่ม
เจาะลึกที่มาของชื่อเรียกแต่ละมหาสมุทรบนโลกใบนี้
เคยสงสัยกันไหมว่าบรรดามหาสมุทรอันกว้างใหญ่ที่ปกคลุมพื้นที่ส่วนมากของโลกเรานั้นมีชื่อเรียกที่มาจากไหน ใครเป็นคนตั้งชื่อ และทําไมถึงใช้ชื่อเหล่านี้ บางคนอาจมองว่าเป็นเรื่องไกลตัวแต่ถ้าได้ลองศึกษาประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์จะพบว่าชื่อของมหาสมุทรแต่ละแห่งนั้นซ่อนเรื่องราวการสํารวจและการค้นพบของมนุษย์เอาไว้มากมาย เริ่มต้นกันที่มหาสมุทรที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างมหาสมุทรแปซิฟิก เดิมทีนักสํารวจชาวโปรตุเกส เฟอ.. ดูเพิ่ม
เจาะลึกสาเหตุที่ทําให้สีของน้ําทะเลแต่ละแห่งมีความเข้มอ่อนแตกต่างกัน
เคยสังเกตไหมว่าเวลาเราไปเที่ยวทะเลบางแห่ง น้ําทะเลจะมีสีฟ้าใสจนมองเห็นพื้นทราย แต่บางแห่งกลับมีสีน้ําเงินเข้มจัดจนดูแทบดํา หรือบางที่ก็ออกไปทางสีเขียวมรกต ความแตกต่างเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากความบังเอิญหรือแค่แสงแดด แต่มีปัจจัยทางวิทยาศาสตร์หลายอย่างที่มีผลโดยตรงต่อสีของมหาสมุทรและทะเลรอบโลกเรา ปัจจัยหลักที่ทําให้เราเห็นสีของน้ําทะเลต่างกันเริ่มจากเรื่องของการดูดกลืนและกระเจิงแสงของโมเลกุลน้ําครับ.. ดูเพิ่ม
12345next >