หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

ประวัติศาสตร์ยุโรป

สงครามสลัดผัก ลีชเทินชไตน์ ทหาร 80 นายออกรบแต่กลับมา 81 คนเพราะพาเพื่อนอิตาลีกลับบ้าน
เรื่องมันเริ่มจากประเทศเล็กๆ กลางยุโรปที่ชื่อว่าลีชเทินชไตน์ เล็กจนบางคนแทบไม่เคยสังเกตบนแผนที่ แต่แม้จะเล็ก ความทรงจำบางอย่างของที่นี่กลับใหญ่เกินขนาดประเทศอยู่เหมือนกัน ช่วงหนึ่งในศตวรรษที่ 19 ยุโรปเต็มไปด้วยความตึงเครียดระหว่างอาณาจักรต่างๆ กระแสสงครามเคลื่อนผ่านเมืองเล็กเมืองน้อยเหมือนลมหนาวที่ไม่เลือกบ้านเข้าไปหลบ ทหารของลีชเทินชไตน์ถูกส่งออกไปในภารกิจที่ไม่มีใครอยากเรียกว่าการผจญภัย จำนวนทห.. ดูเพิ่ม
ถุงมือมักซีมีเลียน สัญลักษณ์อำนาจแห่งอัศวินคนสุดท้าย
ในหน้าประวัติศาสตร์ยุโรปยุคเรเนซองส์ ชุดเกราะไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือป้องกันตัวในสนามรบ แต่ยังเป็นงานศิลปะชั้นสูงที่สะท้อนถึงบารมีและรสนิยมของชนชั้นปกครอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถุงมือเหล็กของจักรพรรดิมักซีมีเลียนที่ 1 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในนวัตกรรมทางวิศวกรรมและการออกแบบที่ยอดเยี่ยมที่สุดในช่วงศตวรรษที่ 16 หรือช่วงปี พ.ศ. 2002 ถึง 2062 อันเป็นหลักฐานยืนยันถึงความรุ่งเรื.. ดูเพิ่ม
เมื่อ “ต่างจากคนอื่น” ก็พอถูกกล่าวหาเป็นแม่มด
คดีล่าแม่มดในอดีตไม่ได้เกิดจากหลักฐานแบบที่เราคุ้นเคยในวันนี้ หลายครั้งเริ่มจากอคติ ข่าวลือ คำให้การที่ถูกกดดัน และความกลัวของสังคมที่หาคำอธิบายไม่ได้ การถูกกล่าวหาว่าเป็น “แม่มด” ในอดีต บางครั้งไม่ได้ต้องการหลักฐานซับซ้อนเลย แค่เป็นผู้หญิงที่ถูกมองว่าแตกต่าง ไม่เข้ากับชุมชน หรืออยู่ผิดจังหวะในช่วงที่ผู้คนกำลังหวาดกลัว ก็อาจถูกลากเข้าสู่กระบวนการลงโทษที่รุนแรงได้ เรื่องเหล่านี้ฟังดูไก.. ดูเพิ่ม
โรคระบำปี 1518 ปริศนาเมืองสตราสบูร์กที่คนเต้นจนหมดแรง
กลางเดือนกรกฎาคม ปี 1518 เมืองสตราสบูร์กในยุโรปตะวันตกเกิดเหตุการณ์ที่ยังถูกพูดถึงมาจนถึงปัจจุบัน หญิงคนหนึ่งเริ่มเต้นบนถนนโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน ก่อนที่คนอื่น ๆ จะค่อย ๆ ทำตาม จนกลายเป็น “โรคระบำ” ที่นักประวัติศาสตร์ยังถกเถียงกันอยู่ เมืองสตราสบูร์กในเวลานั้นยังไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของฝรั่งเศสแบบปัจจุบัน แต่เป็นเมืองในจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ บริเวณแคว้นอัลซาส เหตุการณ์เริ่มจากหญิงท.. ดูเพิ่ม
สับปะรด จากผลไม้ป่า สู่สัญลักษณ์หรูศตวรรษที่ 18
ในยุคที่สับปะรดหาซื้อได้ง่ายตามรถเข็นผลไม้ทั่วไป ใครจะเชื่อว่าครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ยุโรป ผลไม้ชนิดนี้เคยมีมูลค่าสูงลิ่วเทียบเท่ากับรถสปอร์ตหรูหรือนาฬิกาแบรนด์เนมในปัจจุบัน สำหรับมหาเศรษฐีชาวอังกฤษและเนเธอร์แลนด์ในศตวรรษที่ 18 สับปะรดไม่ได้มีไว้เพื่อรับประทานเพียงอย่างเดียว แต่เป็น "เครื่องวัดดัชนีความรวย" ที่บ่งบอกว่าใครคือมหาเศรษฐีตัวจริงที่เข้าขั้น "รวยล้นฟ้า" เทคโนโลยีการเกษตรที่แลกมาด.. ดูเพิ่ม
แม่มดคนสุดท้ายของยุโรป เหยื่อความแค้นหรืออาถรรพ์?
ในขณะที่ยุโรปช่วงปลายศตวรรษที่ 18 กำลังตื่นตัวกับยุคแห่งเหตุผลและวิทยาศาสตร์ เสียงฝีเท้าของการล่าแม่มดที่ควรจะเงียบหายไปนานแล้ว กลับดังขึ้นอีกครั้งในเมืองกลารุส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อ "อานนา เกิลดี" หญิงรับใช้ผู้ไร้อำนาจ ถูกกล่าวหาด้วยข้อหาทางไสยศาสตร์ที่ขัดต่อวิสัยทัศน์ของโลกยุคใหม่ เรื่องราวของเธอไม่ได้เป็นเพียงตำนานความงมงาย แต่คือภาพสะท้อนของการใช้อำนาจในทางที่ผิดและการใส่ร้ายป้ายสีที่พรา.. ดูเพิ่ม
ไขปริศนาภาษาและประวัติศาสตร์: ทำไมยุโรปถึงเต็มไปด้วยประเทศที่ลงท้ายด้วย "แลนด์" (-land)
หากเรากางแผนที่โลกดู โดยเฉพาะในทวีปยุโรป เราจะพบรายชื่อประเทศที่ลงท้ายด้วยคำว่า "แลนด์" (land) อยู่หนาตา ไม่ว่าจะเป็น England, Scotland, Ireland, Finland, Poland ไปจนถึง Switzerland และ Iceland ความสงสัยที่ว่าทำไมชื่อเหล่านี้ถึงมีรูปแบบที่คล้ายคลึงกัน มีคำตอบที่ซ่อนอยู่ในรากศัพท์ทางภาษาและการขยายตัวของวัฒนธรรมในอดีตที่น่าสนใจยิ่ง รากศัพท์จากกลุ่มภาษาเยอรมันนิค (Germanic Origins) หัวใจสำคัญของคำว่.. ดูเพิ่ม
ถอดรหัสนามสกุลยอดฮิต "Mc" และ "Mac" กับความหมายที่ซ่อนไว้ว่า "รู้ไหมกูลูกใคร"
ท่ามกลางนามสกุลมากมายที่เราคุ้นหูไม่ว่าจะเป็น McDonald, McGregor หรือ McCartney เคยสงสัยไหมว่าตัวอักษรไม่กี่ตัวที่ขึ้นต้นชื่อเหล่านั้นมีที่มาอย่างไร ในโลกของภาษาและประวัติศาสตร์ นามสกุลเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงชื่อที่ตั้งขึ้นมาลอย ๆ แต่เป็นร่องรอยทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าที่ทำหน้าที่เป็นบันทึกสายเลือดมานานหลายศตวรรษ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความต้องการบอกตัวตนผ่านพื้นเพครอบครัวนั้นเป็นสัญชาตญาณที่มีมาทุกยุคท.. ดูเพิ่ม
สาวงามผู้เลอโฉมในประวัติศาสตร์ยุโรปยุคกลาง
ก่อนที่จะเข้าเรื่องของสาวงามผู้เลอโฉมในยุคกลาง เรามาทำความเข้าใจในบริบทประวัติศาสตร์สังคมและวัฒนธรรมของยุคกลางกันก่อน ยุคกลาง อยู่ในช่วง ค.ศ. 500 ถึง ค.ศ. 1400–1500 ของประวัติศาสตร์ยุโรปคำนี้ถูกใช้ครั้งแรกโดยนักวิชาการในศตวรรษที่ 15 เพื่อระบุช่วงเวลาระหว่างยุคสมัยของตนเองและการล่มสลายของจักรวรรดิโรมันตะวันตก ช่วงเวลาดังกล่าวมักถูกพิจารณาว่ามีการแบ่งแยกภายในของตนเอง ได้แก่ ยุคต้นและยุคปลาย ห.. ดูเพิ่ม