หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

จิตวิทยาสังคม

ทำไมสมองชอบนินทามากกว่าฟังเรื่องวิชาการ
คำว่า “นินทา” มักฟังเหมือนกิจกรรมไร้สาระ แต่ในมุมจิตวิทยาสังคม สมองไม่ได้มองข้อมูลทุกชนิดว่ามีค่าเท่ากัน ข้อมูลเกี่ยวกับใครไว้ใจได้ ใครผิดกติกา ใครกำลังขัดแย้งกับใคร หรือใครมีสถานะเปลี่ยนไป ล้วนช่วยคาดเดาความสัมพันธ์ในกลุ่มได้โดยตรง จึงดึงความสนใจได้เร็วกว่าเนื้อหาที่ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจและยังไม่เห็นประโยชน์ทันที • ข้อมูลสังคมเกี่ยวข้องกับการเอาตัวรอดในกลุ่ม มนุษย์ใช้ชีวิตเป็น.. ดูเพิ่ม
ทำไมเรื่องนินทาจึงดึงความสนใจของสมอง
• เริ่มจากแก้ความเข้าใจเรื่อง “ฮอร์โมนพุ่ง” ก่อน การนินทาไม่ได้มีหลักฐานว่าทำให้ฮอร์โมนทุกชนิดพุ่งขึ้นพร้อมกัน งานทดลองขนาดเล็กชิ้นหนึ่งพบระดับออกซิโทซินในน้ำลายเพิ่มขึ้นหลังการนินทามากกว่าการคุยเรื่องอารมณ์ทั่วไป แต่การศึกษาที่ใหญ่ขึ้นในปี 2023 ไม่พบความแตกต่างชัดเจนของคอร์ติซอลหรือเบตาเอนดอร์ฟินระหว่างการนินทากับกิจกรรมสนทนาควบคุม สิ่งที่เห็นเด่นกว่าคือระบบประสาทอัตโนมัติตอบสนอ.. ดูเพิ่ม
ทำไมกระแสแบนดาราและอินฟลูเอนเซอร์เดี๋ยวนี้มักร้อนแรงไม่นานก่อนคนจะย้ายไปเรื่องใหม่
เมื่อทุกวันมีคนใหม่ให้โกรธ ความโกรธเดิมก็ต้องแย่งพื้นที่อยู่รอด เมื่อก่อนดราม่าของดาราหรือคนดังบางเรื่องลากกันเป็นสัปดาห์ ชื่อยังติดเทรนด์ คลิปขุดยังวนซ้ำ แบรนด์ทยอยออกแถลงการณ์ กระแสแบนเหมือนมีแรงส่งยาวๆ แต่ช่วงหลังหลายเหตุการณ์กลับเกิดภาพประหลาดกว่าเดิม เช้าทัวร์ลงหนัก เย็นมีคลิปชี้แจง ผ่านไปสองสามวันหน้าฟีดก็เต็มไปด้วยเรื่องใหม่ แล้วเจ้าของดราม่าค่อยๆ กลับมาลงงานตามปกติคำอธิบายว่า คนด่าเหนื่อย.. ดูเพิ่ม
ทำไมเวลาเห็นคนรู้จักเดินมาแต่ไกลถึงเผลอก้มหน้าดูมือถือแทนการทักทาย
ก้มหน้ามองมือถือไม่ใช่แค่เขิน แต่เป็นวิธีลดแรงกดดันทางสังคมแบบทันที เวลาเห็นคนรู้จักเดินมาแต่ไกล สมองไม่ได้คิดแค่ว่า จะทักหรือไม่ทัก แต่เริ่มคำนวณต่อทันทีว่าจะสบตาตอนไหน ต้องยิ้มแค่ไหน ต้องพูดอะไร ถ้าอีกฝ่ายไม่เห็นจะทำยังไง และถ้าหยุดคุยแล้วบทสนทนายืดจะออกตัวยังไง ความคิดยิบย่อยเหล่านี้เกิดเร็วมากจนบางครั้งมือเลื่อนไปหยิบโทรศัพท์ก่อนจะทันรู้ตัวเสียอีก มือถือทำหน้าที่คล้ายฉากกำบังทางสังคม การก้มหน.. ดูเพิ่ม
ทำไมแตะตัวเบาๆ แล้วคนถึงยอมช่วยง่ายขึ้น
แค่สัมผัสสั้นๆ ก็เปลี่ยนบรรยากาศของคำขอได้ เวลาอยากให้ใครช่วยถือของ ช่วยตอบแบบสอบถาม หรือช่วยอะไรเล็กๆ แล้วมีการแตะแขนหรือไหล่เบาๆ ระหว่างพูด หลายคนอาจรู้สึกว่ามันเป็นรายละเอียดเล็กจนไม่น่ามีผล แต่ในงานจิตวิทยาสังคมมีการทดลองเรื่องนี้มานาน และพบในหลายสถานการณ์ว่า การสัมผัสแบบสั้น สุภาพ และไม่คุกคาม สามารถเพิ่มโอกาสที่อีกฝ่ายจะตอบรับคำขอได้จริงแต่คำว่าเพิ่มเป็นเท่าตัวไม่ได้เกิดขึ้นทุกครั้ง ตัวเลขแ.. ดูเพิ่ม
ปากเป็นบันไดสู่อำนาจ ทำไมคนพูดเป็น ถึงขยับสถานะได้เร็วกว่าคนเก่งแต่เงียบ
ลองนึกภาพห้องประชุมที่มีคนสิบคน คนหนึ่งรู้เรื่องงานละเอียดสุด แต่แทบไม่พูด ส่วนอีกคนความรู้ไม่ได้เหนือกว่าใครมากนัก ทว่าพูดเป็นจังหวะ สรุปประเด็นเก่ง กล้าตั้งคำถาม และทำให้คนอื่นรู้สึกว่ากำลังเดินไปทางเดียวกัน ผ่านไปไม่กี่เดือน คนแบบหลังมักถูกมองว่า “มีภาวะผู้นำ” ก่อน ทั้งที่ตำแหน่งบนกระดาษอาจยังเท่ากันอยู่เลย คำว่า “ปากเป็นบันไดสู่อำนาจ” จึงไม่ได้หมายถึงประจบเก่ง พูดหวาน .. ดูเพิ่ม
ระยะห่างระหว่างคน บอกความสนิท อำนาจ และแรงกดดันในวงสนทนาได้ยังไง
ระยะห่างระหว่างคนไม่ใช่แค่ช่องว่างบนพื้น แต่มันเป็นภาษากายแบบเงียบๆ ที่สมองอ่านเร็วมาก บางทีเร็วกว่าเสียงพูดด้วยซ้ำ คนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ขึ้นอีกครึ่งก้าว บรรยากาศอาจเปลี่ยนจากคุยสบายเป็นรู้สึกถูกบีบได้ทันที ทั้งที่ยังไม่มีคำหยาบ ไม่มีการแตะตัว และยังไม่ได้ขึ้นเสียงเลยด้วย ศาสตร์ที่พูดเรื่องนี้ชื่อ โปรมิกส์ หรือการใช้พื้นที่ระหว่างบุคคล นักมานุษยวิทยา เอ็ดเวิร์ด ที. ฮอลล์ ทำให้เรื่องนี้ดังขึ้นช่วง.. ดูเพิ่ม
เกรงใจ รหัสเงียบ ที่คุมมารยาท ระยะห่าง และการตัดสินใจ ของคนไทยทุกวัน
คำว่าเกรงใจนี่แปลยาก เพราะมันไม่ได้แปลว่า polite เฉยๆ ไม่ได้แปลว่า considerate ตรงๆ และไม่ได้แปลว่า afraid แบบกลัวจนตัวสั่น มันเป็นความรู้สึกก้ำกึ่งระหว่าง ‘ไม่อยากรบกวน’ ‘ไม่อยากทำให้ใครลำบาก’ ‘ไม่อยากเสียบรรยากาศ’ และ ‘ไม่อยากดูเป็นคนไม่รู้กาลเทศะ’ พอรวมกันแล้วเลยกลายเป็นระบบควบคุมพฤติกรรมแบบเงียบๆ ที่คนไทยใช้กันทั้งวัน โดยหลายครั้งไม่ต้องมีใครสั่.. ดูเพิ่ม
ทำไมคนถึงเปลี่ยนโทนพูดตามวงสนทนาโดยไม่ทันรู้ตัว
เคยไหม นั่งกับเพื่อนสนิทแล้วพูดสั้นๆ แซวแรงนิดหน่อย หัวเราะดังแบบไม่ต้องเก็บอาการ แต่พอขยับไปอยู่โต๊ะผู้ใหญ่ เสียงจะนุ่มลง คำพูดจะเรียบร้อยขึ้น จังหวะตอบก็ช้าลงทันที พอไปเจอกลุ่มคนทำงานสายครีเอทีฟ คำศัพท์จะเริ่มหลวมขึ้น มีมุข มีศัพท์วงใน พออยู่กับลูกค้าอีกกลุ่ม โหมดมืออาชีพก็เปิดขึ้นมาเอง ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจแสดงละครอะไรเลย อาการนี้ใกล้กับสิ่งที่นักจิตวิทยาเรียกว่า คาเมเลียนเอฟเฟกต์ หรือการเลียนแบ.. ดูเพิ่ม
Spotlight Effect ทำไมสมองชอบหลอกว่า ทุกสายตากำลังจับผิดตัวเองอยู่เสมอ
เคยเดินเข้าห้องแล้วรู้สึกเหมือนทุกคนหันมามองไหม เสื้อยับนิดเดียวก็เหมือนทั้งห้องรู้ รองเท้ามีรอยเปื้อนเล็กๆ ก็เหมือนกำลังถูกสแกน พูดผิดคำเดียวในที่ประชุมแล้วกลับไปคิดซ้ำทั้งวันว่าเมื่อกี้ทุกคนต้องจำได้แน่ๆ ทั้งที่ในความจริง คนอื่นอาจจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น อาการแบบนี้มีชื่อในจิตวิทยาว่า Spotlight Effect หรือแปลตรงตัวได้ประมาณว่า ผลของแสงสปอตไลต์ คือความรู้สึกเหมือนมีไฟฉายดวงใหญ่ส่องมาที่ตั.. ดูเพิ่ม
Pluralistic Ignorance เหตุผลที่คนยืนนิ่ง ทั้งที่ข้างหน้ามีเหตุฉุกเฉิน
ภาพที่เห็นบ่อยในที่สาธารณะคือมีคนล้ม มีเสียงขอความช่วยเหลือ มีเหตุชุลมุนเกิดขึ้น แต่คนรอบข้างกลับยืนนิ่ง มองซ้ายมองขวา เหมือนกำลังรอให้ใครสักคนเริ่มก่อน หลายครั้งคนภายนอกตัดสินทันทีว่า “ใจดำ” หรือ “ไม่สนใจคนอื่น” แต่ในทางจิตวิทยาสังคม เรื่องนี้มีชื่อเรียกชัดเจนว่า Pluralistic Ignorance หรือภาวะที่คนจำนวนมากเข้าใจผิดพร้อมกัน เพราะต่างคนต่างอ่านสัญญาณจากคนรอบตัว แล้วดันสรุปเ.. ดูเพิ่ม
ราพันเซลซินโดรม: เมื่อความบอบช้ำทางใจ ถูกกลืนลงท้องพร้อมเส้นผม
ราพันเซลซินโดรม: เมื่อความเจ็บปวด... ถูกกลืนลงท้องพร้อมเส้นผม ภายใต้หน้าฉากอันงดงามของเทพนิยายเจ้าหญิงผมยาวราพันเซลที่ผู้คนทั่วโลกคุ้นเคย ในโลกแห่งความเป็นจริงกลับมีแง่มุมอันมืดมนที่ซ่อนเร้นอยู่ผ่านกลุ่มอาการที่เรียกว่า "ราพันเซลซินโดรม" (Rapunzel Syndrome) พฤติกรรมการดึงและกลืนกินเส้นผมของตัวเองเพื่อถมช่องว่างแห่งความทุกข์ระทมในจิตใจ สิ่งนี้ไม่ใช่เพียงแค่ความผิดปกติทางกายภาพอันน่าเหลือเชื่อ แต่ค.. ดูเพิ่ม
ผู้ชายต้องแกร่งตลอดเวลาจนกล้าขอความช่วยเหลือน้อยลง
เวลาเลื่อนโซเชียล หลายคนคงเคยเจอภาพผู้ชายที่ดูเหมือนชีวิตไม่มีวันสะดุด กล้ามชัด แต่งตัวดี งานรุ่ง ยิ้มมั่นใจเหมือนปัญหาทุกอย่างแค่กดปิดหน้าจอแล้วหายไป โลกออนไลน์ชอบสร้างภาพชายในอุดมคติแบบนี้ขึ้นมา จนบางครั้งคนดูก็เผลอเอาไม้บรรทัดที่มองไม่เห็นมาวัดตัวเองว่า ทำไมเรายังไม่เหมือนเขา ภาพผู้ชายที่ต้องแข็งแรง ต้องเก่ง ต้องเป็นผู้นำ ต้องควบคุมอารมณ์ได้ตลอดเวลา กลายเป็นภาพที่ถูกส่งต่อซ้ำๆ จนเหมือนเป็นชุดย.. ดูเพิ่ม
ทำไมเวลาเราเดินในที่สาธารณะแล้วรู้สึกเหมือนมีคนมองตลอดเวลา
เคยไหม เดินอยู่ในห้าง เดินผ่านสถานีรถไฟ หรือแค่เดินเข้าร้านกาแฟธรรมดา ๆ อยู่ดี ๆ ก็รู้สึกแปลก ๆ เหมือนสายตาหลายคู่กำลังจับจ้องมา ทั้งที่พอหันไปดูกลับไม่มีใครสนใจเราเลยสักคน บางคนถึงขั้นคิดในใจว่า เสื้อมีอะไรติดไหม หน้าตาวันนี้ดูแปลกหรือเปล่า เดินผิดท่าหรือเปล่า ความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยมาก จนบางครั้งทำให้เราเดินเกร็งไปทั้งทาง ทั้งที่คนรอบตัวอาจกำลังยุ่งกับเรื่องของตัวเองอยู่ด้วยซ้ำ จริง ๆ แล้ว.. ดูเพิ่ม
เจ้าสาวที่ต้องเข้าพิธีแต่งงานกับต้นไม้ ความเชื่อแปลก
เรื่อง “เจ้าสาวที่ต้องเข้าพิธีแต่งงานกับต้นไม้” เป็นหนึ่งในความเชื่อหรือพิธีกรรมแปลกที่หลายคนอาจเคยได้ยินผ่านข่าวหรือเรื่องเล่าจากบางวัฒนธรรม ฟังครั้งแรกอาจรู้สึกแปลกมาก เพราะการแต่งงานถูกมองว่าเป็นพิธีระหว่างคนสองคน แต่ในบางสังคมกลับมีพิธีที่ให้คนทำเหมือนแต่งงานกับสิ่งไม่มีชีวิต เช่น ต้นไม้ รูปปั้น หรือสิ่งของบางอย่าง ซึ่งถูกตีความว่าเป็นการแก้เคล็ด ล้างคำสาป หรือทำให้ชีวิตกลับเข้าสู.. ดูเพิ่ม
"การนินทา" มีข้อดีอย่างไม่น่าเชื่อ แถมช่วยให้หาแฟนง่ายขึ้น?
เบื้องหลังพฤติกรรมชวนวงแตกที่หลายคนมองว่าเป็นเรื่องลบ กลับซ่อนกลยุทธ์ทางวิวัฒนาการที่คาดไม่ถึง ผลการศึกษาทางจิตวิทยาสังคมเผยให้เห็นมิติใหม่ของการนินทาที่ไม่ได้มีแค่ความเสียหาย แต่คืออาวุธสำคัญในการดึงดูดคู่ครองและการเอาตัวรอดในสังคม นักจิตวิทยาทางสังคม ดร. มาร์ซิน โมรอน จากประเทศโปแลนด์ ได้เจาะลึกพฤติกรรมการนินทาเชิงลบและพบข้อมูลที่น่าสนใจว่า กลุ่มคนที่ชอบแลกเปลี่ยนข่าวลือหรือซุบซิบเรื่องราวของผู.. ดูเพิ่ม
ทำไม 'คนรุ่นใหม่' ถึงเชื่อในสิ่งที่ต่างจากคนรุ่นก่อน — และทั้งสองฝ่ายไม่ผิดอย่างที่คิด"
“เด็กสมัยนี้ไม่อดทน” อีกฝั่งก็ตอบกลับว่า “ผู้ใหญ่ไม่เข้าใจโลกแล้ว” สองประโยคนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดในปีนี้ และไม่ได้เกิดแค่ในบ้านเรา แต่ความรู้สึกว่าคุยกันไม่รู้เรื่องระหว่างคนต่างวัย กลับดูชัดขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเมื่อเรื่องงาน ความรัก การเมือง เทคโนโลยี หรือแม้แต่วิธีใช้ชีวิต ถูกมองจากคนละประสบการณ์กัน ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ใครดื้อกว่าใคร แต่อยู่ที่แต่ละรุ่นโตมากับโลกคนละใบจริ.. ดูเพิ่ม
จิตวิทยาของกิจวัตรประจำวัน
ผู้คนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ (ซึ่งก็คือผู้ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “อัจฉริยะ” หรือยอดฝีมือในสาขาของตัวเอง) ล้วนมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันนอกจากความสามารถ นั่นคือ การทําตามกิจวัตรที่เคร่งครัด (และเฉพาะเจาะจง) กิจวัตรอาจดูน่าเบื่อและอยู่ตรงข้ามกับสิ่งที่คุณถูกพร่ำบอกว่าเป็น“ชีวิตที่ดี” เราลงความเห็นว่าความสุขเกิดจากการแสวงหาให้ “มากขึ้น” อย่าง ไ.. ดูเพิ่ม
12next >